วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิธีการติดตั้ง appserv

วิธีการติดตั้งโปรแกรม AppServ


เตรียมโปรแกรมเพื่อติดตั้ง       ดาวน์โหลดโปรแกรม AppServ จากเว็บไซต์ http://www.appservnetwork.com โดยเลือกเวอร์ชั่นที่ต้องการติดตั้งระหว่างเวอร์ชั่น 2.4.x และ 2.5.x
โดยความแตกต่างของ 2 เวอร์ชั่นนี้คือ
          2.4.x คือเวอร์ชั่นที่นำ Package ที่มีความเสถียรเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงของระบบ
                  โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะใช้ฟังก์ชั่นใหม่
          2.5.x คือเวอร์ชั่นที่นำ Package ใหม่ๆ นำมาใช้งานโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการระบบใหม่ๆ
                  หรือต้องการทดสอบ ทดลองใช้งานฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ความเสถียรของระบบได้ 100%
                  เนื่องจากว่า Package จากนักพัฒนานั้น ยังอยู่ในช่วงของขั้นทดสอบ ทดลองเพื่อหาข้อผิดพลาดอยู่

ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ

       1. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ appserv-win32-x.x.x.exe เพื่อทำการติดตั้ง จะปรากฏหน้าจอตามรูปที่ 1

          

                                             รูปที่ 1 ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ

       2. เข้าสู่ขั้นตอนเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม โดยโปรแกรม AppServ ได้แจกจ่ายในรูปแบบ GNU License หากผู้ติดตั้ง
           อ่านเงื่อนไขต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว หากยอมรับเงื่อนไขให้กด Next เพื่อเข้าสู่การติดตั้งในขั้นต่อไป แต่หากว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข
           ให้กด Cancel เพื่อออกจากการติดตั้งโปรแกรม AppServ ดังรูปตัวอย่างที่ 2
          

                                           รูปที่ 2 แสดงรายละเอียดเงื่อนไขการ GNU License

       3. เข้าสู่ขั้นตอนการเลือกปลายทางที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นปลายทางที่ติดตั้งจะเป็น C:AppServ
           หากต้องการเปลี่ยนปลายทางที่ติดตั้ง ให้กด Browse แล้วเลือกปลายทางที่ต้องการ ตามรูปที่ 3 เมื่อเลือกปลายทางเสร็จสิ้น
           ให้กดปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งขั้นต่อไป
          

                                             รูปที่ 3 เลือกปลายทางการติดตั้งโปรแกรม AppServ

       4. เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นนั้นจะให้เลือกลงทุก Package แต่หากว่าผู้ใช้งาน
           ต้องการเลือกลงเฉพาะบาง Package ก็สามารถเลือกตามข้อที่ต้องการออก โดยรายละเอียดแต่ละ Package มีดังนี้
                 - Apache HTTP Server คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Web Server
                 - MySQL Database คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Database Server
                 - PHP Hypertext Preprocessor คือ โปรแกรมที่ทำหน้าประมวลผลการทำงานของภาษา PHP
                 - phpMyAdmin คือ โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล MySQL ผ่านเว็บไซต์
           เมื่อทำการเลือก Package ตามรูปที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ให้กด Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งต่อไป
          

                                        รูปที่ 4 เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง

       5. กำหนดค่าคอนฟิกของ Apache Web Server มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 5 คือ
                 Server Name   คือช่องสำหรับป้อนข้อมูลชื่อ Web Server ของท่านเช่น www.appservnetwork.com
                 Admin Email    คือช่องสำหรับป้อนข้อมูล อีเมล์ผู้ดูแลระบบ เช่น root@appservnetwork.com
                 HTTP Port       คือช่องสำหรับระบุ Port ที่จะเรียกใช้งาน Apache Web Server โดยทั่วไปแล้ว Protocol
                                      HTTP นั้นจะมีค่าหลักคือ 80 หากว่าท่านต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ Port 80 ก็สามารถแก้ไขได้
                                      หากมีการเปลี่ยนแปลง Port การเข้าใช้งาน Web Server แล้ว ทุกครั้งที่เรียกใช้งานเว็บไซต์
                                      จำเป็นที่ต้องระบุหมายเลข Port ด้วย เช่น หากเลือกใช้ Port 99 ในการเข้าเว็บไซต์ทุกครั้งต้องใช้
                                      http://www.appservnetwork.com:99 จึงจะสามารถเข้าใช้งานได้
          

                                        รูปที่ 5 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกค่า Apache Web Server

       6. กำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 6 คือ
                 Root Password        คือช่องสำหรับป้อน รหัสผ่านการเข้าใช้งานฐานข้อมูลของ Root หรือผู้ดูแลระบบ
                                             ทุกครั้งที่เข้าใช้งานฐานข้อมูลในลักษณะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ให้ระบุ user คือ root
                 Character Sets        ใช้ในการกำหนดค่าระบบภาษาที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล, เรียงลำดับฐานข้อมูล,
                                             Import ฐานข้อมูล, Export ฐานข้อมูล, ติดต่อฐานข้อมูล
                 Old Password          หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน PHP กับ MySQL API เวอร์ชั่นเก่า
                                             โดยเจอ Error Client does not support authentication protocol requested by server;                                                              consider upgrading MySQL client
                                             
ให้เลือกในส่วนของ Old Password เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้
                 Enable InnoDB        หากท่านต้องการใช้งานฐานข้อมูลในรูปแบบ InnoDB ให้เลือกในส่วนนี้ด้วย

          

                                        รูปที่ 6 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database

       7. สิ้นสุดขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ สำหรับขั้นตอนสุดท้ายนี้จะมีให้เลือกว่าต้องการสั่งให้มีการรัน Apache และ MySQL
           ทันทีหรือไม่ จากนั้นกดปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม AppServ

          

                                       รูปที่ 7 แสดงหน้าจอขั้นตอนสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม AppServ
Google Earth นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ Google ในการสร้างระบบติดต่อกับผู้ใช้งาน (user interfacing) เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและทำให้การแสดงผลข้อมูลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ Google ได้นำเอาภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียมมาผสมผสานกับเทคโนโลยี streaming และทำการเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Google เองเพื่อนำเราไปยังจุดต่าง ๆ ที่ต้องการบนแผนที่โลกดิจิตอล 

แผนที่นี้เกิดจากการสะสมภาพถ่ายจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล จากดาวเทียมหลายดวง เพียงแต่นำมาประติดประต่อกันเสมือนกับว่าเป็นผืนเดียวกัน แต่ละจุดจะมีความละเอียดของภาพถ่ายไม่เท่ากัน แต่ด้วยความสามารถในการประมวลผลภาพถ่ายทำให้เราเสมือนกับว่าเป็นพื้นเดียวกัน จากนั้นก็นำเอาข้อมูลอื่น ๆ มาซ้อนทับภาพถ่ายเหล่านี้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งแต่ละชั้น (layer) ก็จะแสดงรายละเอียดต่างเช่น ที่ตั้งโรงพยาบาล สถานีตำรวจ สนามบิน และชั้นของข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งแบบที่ Google จัดเตรียมไว้ให้แล้ว หรือ มีบริษัทอื่น ๆ มาในบริการชั้นข้อมูลเหล่านี้ รวมไปถึงชั้นข้อมูลที่เรากำหนดขึ้นเอง ประโยชน์ที่ได้รับถือว่ามากมายมหาศาล บริการนี้ช่วยให้เราศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางได้เป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถค้นหาที่ตั้งของโรงแรมที่เราจะเดินทางไปพัก เส้นทางต่าง ๆ ของเมืองที่เราจะเดินทางไป รวมถึงแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ แต่ที่สำคัญที่สุดคิดว่าน่าจะเป็นการนำเอา Google Earth มาเป็นสื่อในการเรียนรู้ ในทุก ๆ ระดับการศึกษา รวมไปถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นครั้งแรก ที่ทำให้เราเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว คิดว่าเครื่องมือนี้จะทำให้เราเข้าใจโลกของเราได้มากขึ้น 

เครื่องมือที่อยู่ภายใต้ความสำเร็จนี้คือ XML (Extensible Markup Language) ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติพิเศษขึ้นมาและเรียกว่า KML (Keyhole Markup Language) Google ใช้ KML นี้ในการสร้างชั้นข้อมูลต่าง ๆ การแสดงข้อมูลทั้ง จุด ลายเส้น หรือรูปหลายเหลี่ยมต่าง ๆ ล้วนสร้างมาจาก KML ทั้งสิ้น เวอร์ชันปัจจุบันเรียกว่า KML 2.0 ส่วนรูปแบบที่จัดเก็บไว้จะเป็นรูปแบบที่ประหยัดพื้นที่เรียกว่า KMZ ซึ่งกับคือ zip format ของ KML นั่นเอง 

สำหรับรูปแบบการทำงานของ Google Earth นั้นก็จะเป็นการทำงานแบบ client-server โปรแกรมส่วนที่พวกเราใช้งานจะเรียกว่า Google Earth client ซึ่ง Google ให้เรามาใช้งานฟรี เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัดเกี่ยวกับรายละเอียดของภาพ แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้ฟรีจริง ๆ นะ เพราะเขาก็จะได้ประโยชน์จากพวกเราในแง่ข้อมูลต่าง ๆ ที่พวกเราเข้าไปค้นหา และสะสมความรู้ที่ได้จากการค้นหาของพวกเราไว้ใช้งานต่อไป 

นอกจาก Google จะให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้บริการแล้ว ยังมีการให้บริการในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เช่น สามารถนำข้อมูลจาก GPS receiver มาประกอบข้อมูลของ Google Earth ได้ รวมถึงการให้บริการสร้าง server ของตนเองขึ้นมาโดยการนำข้อมูลมารวมกับแหล่งข้อมูล GIS ของเราเองได้อีกด้วย 

พูดคุยเรื่อง Google Earth ได้ที่นี่
กระทู้ การใช้ประโยชน์จาก Google Earth ที่ห้อง ครูอาจารย์ vCafe

หน้าที่ 2 - การนำไปให้บริการ
การให้บริการนี้ทำให้เกิดการให้บริการอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น ระบบที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย การขนส่ง การออกแบบสถาปัตยกรรม รวมไปถึงการทหารและการป้องกันประเทศอีกด้วย

ปัจจุบันมีการพัฒนาการให้บริการที่ผสมผสานกับข้อมูลของ Google Earth หลายอย่างเช่น ในธุรกิจอสังหารินทรัพย์ มีการแสดงภาพการพัฒนาที่ดิน ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง ตั้งแต่แหล่งเงินของโครงการ ไปจนถึงผู้ซื้อ สามารถมองเห็นรูปแบบของโครงการได้อย่างชัดเจน ทำให้การประเมินศักยภาพของโครงการเป็นไปด้วยความสะดวกและชัดเจน การวางแผนการจัดการเกี่ยวกับผู้อยู่อาศัยก็สามารถ เห็นภาพได้อย่างชัดเจน รวมถึงจะเอื้อประโยชน์ต่อรุกิจอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับที่พักอาศัย บ้านเช่าต่าง ๆ

Google Earth ยังช่วยให้ธุรกิจงานทางด้านสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างแสดงรูปแบบของโครงการในรูปแบบของ โมเดลของโครงการที่จะสร้างขึ้นมาว่า มีลักษณะเป็นอย่างไรเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ


หน้าที่ 3 - คู่มือการใช้งาน (1)
ขั้นตอนการใช้งานโปรแกรม Google Earth ดังนี้

1. เริ่มต้นโดยการ search คำว่า “Google Earth” จากเว็บไซต์ www.google.com

จากนั้น ทำการ Download program และทำการ Install program

2. เมื่อทำการ Install program เรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถเห็นหน้าจอการใช้งานดังรูป ด้านล่างนี้

ส่วนที่ 1 : การค้นหาตำแหน่งสถานที่ตั้ง (Search)

เราสามารถทำการ Search ข้อมูลสถานที่ต้องการได้ โดยการกรอกข้อมูลลงในช่องกรอกรายละเอียด

จากนั้นทำการกดปุ่ม Search โดยแบ่งเป็นประเภทของการค้นหาข้อมูลได้ 3 ลักษณะคือ

- Fly to : ค้นหาแบบระบุชื่อสถานที่หรือกำหนดพิกัด

- Local search : ค้นหาแบบกำหนดเงื่อนไขว่าต้องการหาอะไรที่ไหน (เช่นหาร้าน Pizza ที่เมือง San Francisco, CA)

- Directions : ค้นหาแบบกำหนดเงื่อนไขว่าต้องการเดินทางจากเมืองต้นทางไปยังเมืองปลายทาง

(โปรแกรมจะบอกเส้นทางว่าจะต้องเลี้ยวทิศไหนระยะทางเท่าไหร่บนถนนชื่ออะไร)

ภายหลังจากกดปุ่ม Search คำว่า bangkok (แบบ Fly to) โปรแกรมจะแสดงภาพของสิ่งที่เราค้นหา


หน้าที่ 4 - คู่มือการใ้ช้งาน (2)
ส่วนที่ 2 : การเลือกสถานที่สำคัญจากทั่วโลก (Places)

เราสามารถทำการค้นหาสถานที่สำคัญที่ต้องการจากทั่วโลกได้ โดยการคลิกที่ชื่อสถานที่นั้น

(สามารถเพิ่มเข้าไปได้เองภายหลัง) และโปรแกรมจะแสดงภาพของสถานที่ดังกล่าวเช่นเดียวกับใช้คำสั่ง

Fly to ใน Search



*ในภาพคือ Olympic, Sydney NSW, Australia 
ส่วนที่ 3 : แสดงตำแหน่งที่ตั้งจากข้อความสำคัญ (Layer)

เราสามารถทำการ เลือกให้โปรแกรมแสดงข้อมูลที่ต้องการลงบนแผนภาพได้ จากการเลือกหมวดของสิ่งที่ต้องการค้นหา เช่น Golf, School, Hospital, etc. เมื่อทำการเลือกหมวดที่ต้องการแสดงแล้ว หลังจากนั้นโปรแกรมจะทำการแสดงตำแหน่งของข้อมูลที่เราเลือกลงบนแผนภาพ

ให้แผนภาพแสดงขอบเขต (borders) ของประเทศต่าง


หน้าที่ 5 - คู่มือการใช้ (3) (การดู 3 มิติ)
ส่วนที่ 4 : แสดงปุ่มการควบคุมแผนภาพ (Navigation Panel)

เราสามารถทำการปรับการแสดงผลบนแผนภาพโดยการกดปุ่มต่างบน Navigation Panel

- Zoom in, Zoom out : ขยายและย่อขนาดภาพ

- Rotate left, Rotate right : หมุนภาพ

- ปุ่มลูกศร : สำหรับเลื่อนแผนภาพไปยังทิศที่ต้องการ

- Tilt up, Tilt down : เลื่อนองศาของการมองจากแนวราบถึงแนวดิ่ง (0-90 °)



ภาพภูเขาไฟฟูจิเมื่อมองในแนวดิ่ง

ภายหลังจากปรับมุมมองและขยายภาพ

ตกแต่ง Blogger ปรับแต่ง Blogger ให้โดนใจ ได้ง่ายๆ วิธีการทำ Slideshow แบบงามๆ ด้วย jQuery ให้กับ Blogger สวัสดีครับ ไม่ได้อัพบทความซะนานเลยผม ไม่รู้ว่าหายกันไปหมดหรือยัง วันนี้ผมมีลูกเล่นอีก 1 อย่างมานำ เสนอ ให้เพื่อนๆ ได้เอาไปใช้งานกัน นั้นก็คือ Slideshow ที่สร้างด้วย jQuery นั้นแหละครับ แต่ ! มันจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ เบราเซอร์ นั้นๆ รองรับ Javascript ด้วยนะครับ เอาหละครับ มาเรื่มกันเลยดีกว่า… ก่อนอื่นเราต้องมาเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือกันก่อนนะครับ เนื่องจากว่าต้องใช้สคริป 2 ตัวที่ชื่อ jquery.js และs3Slider. js มาใช้งานร่วมกันด้วยครับ ดาวน์โหลดได้ที่นี้ครับ >>คลิก<< หรือหากต้องการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก็หาอ่านได้จากที่นี้เลยครับ >>คลิก<< เสร็จแล้วก็มาเริ่มลงมือในบล็อกของเรากันครับ 1.เริ่มแรก หลังจาก Login แล้ว ให้ไปที่ รูปแบบ -> แก้ไข HTML และติ๊ก Checkbox ที่ ขยายแม่แบบเครื่องมือ (แล้วอย่าลืม Backup ธีมเก่าไว้ก่อนนะครับ กันพลาด คลิกที่ ดาวน์โหลดแม่แบบฉบับเต็ม) 2.นำ Code ด้านล่างไปวางไว้ในตำแหน่งก่อนที่จะปิด Tag &lt;/head&gt; นะครับ แล้วอย่าลืมแก้ตรงที่เป็นสีแดง ให้ชี้ไปยังต่ำแหน่งที่คุณเอาไฟล์ไปไว้ในโฮสนะครับ (หากใครไม่มีโฮสอ่านต่อด้านล่างนะครับ) แ 2.1 สำหรับผู้ที่ไม่มีโฮสนะครับ ผมเห็นถามกันมาหลายคนจากบทความก่อนๆ หน้านี้ เราสามารถทำได้ง่ายๆ เลยนะครับ แต่ที่ไม่แนะนำ เพราะมันจะทำให้หน้า บล็อกของเราทำงานช้าครับ ถ้าให้ดีหาโฮสฟรีกมาใช้ก็ได้ วิธีทำสำหรับคนที่ไม่มีโฮสนะครับ ให้ทำการเปิดไฟล์ jquery.js และ s3Slider. js ด้วยอะไรก็ได้ครับ ตามถนัดเลย Notepad ก็ได้ แล้วทำการ Copy ข้อมูลทั้งหมดในนั้น *ทั้ง 2อัน มาวางทับตรงที่ผมเน้นสีแดงไว้ทั้งหมด ผมเน้นแล้วนะครับว่าสีแดงทั้งหมด ตาม Code ด้านล่างเลยนะครับ &lt;script type='text/javascript'&gt; //&lt;![CDATA[ /* Copy ข้อมูลทั้งหมดมาวางที่นี้นะครับ */ //]]&gt; &lt;/script&gt; &lt;script type='text/javascript'&gt; //&lt;![CDATA[ $(document).ready(function() { $('#slider1').s3Slider({ timeOut: 5000 }); }); //]]&gt; &lt;/script&gt; 3.ทำการเพิ่ม CSS เข้าไปในส่วนของ CSS นะครับ แทรกตรงไหนก็ได้ ตรงที่ผมเน้นสีแดงเอาไว้ จะเป็นขนาดของ ความกว้าง และ ความสูงที่จะให้แสดงนะครับ เราก็ทำการแก้ไขซะเอาขนาดตามขนาดที่เราต้องการ #slider1 { width:525px; /* To be same as image width */ height:237px; /* To be same as image height */ position: relative; overflow: hidden; border:1px solid #eee; margin:0 auto; } #slider1Content { width:525px; /* To be same as image width or wider */ position: absolute; top: 0; list-style:none; margin:0; padding:0; } .slider1Image { float: left; position: relative; display: none; } .slider1Image span { position: absolute; font: 10px/15px Arial, Helvetica, sans-serif; padding: 10px 13px; width:550px; background-color: #000; filter: alpha(opacity=70); -moz-opacity: 0.7; -khtml-opacity: 0.7; opacity: 0.7; color: #fff; display: none; bottom:0; } .clear { clear: both; } .slider1Image span strong { font-size:14px; } ตอนนี้เสร็จขั้นตอนในหน้าแก้ไข HTML แล้วครับ กด Save ได้เลยครับ แล้วไปต่อกันที่ องค์ประกอบของหน้า 4.มาที่ องค์ประกอบของหน้านะครับ แล้วเลือกเพิ่ม Gadget แบบ html/javascript ขึ้นมา 1อัน แล้วเอาวางไว้ด้านบน บทความบล็อก (หรือหากใครอยากไว้ตรงไหนก็ปรับแต่งตามใจชอบได้เลยครับ) แล้วนำ Code ด้านล่างนี้ไปวางนะครับ &lt;div id=&quot;slider1&quot;&gt; &lt;ul id=&quot;slider1Content&quot;&gt; &lt;li class=&quot;slider1Image&quot;&gt; &lt;a href=' http://ลิ้งที่เราต้องการลิ้งไป '&gt; &lt;img alt=&quot;my image&quot; src=&quot; http://ลิ้งของรูปภาพที่ต้องการแสดง&quot;/&gt; &lt;/a&gt; &lt;span&gt; &lt;strong&gt; Title ที่จะให้แสดง &lt;/strong&gt; &lt;br/&gt; description ที่จะให้แสดง &lt;/span&gt; &lt;/li&gt; &lt;li class=&quot;slider1Image&quot;&gt; &lt;a href=' http://ลิ้งที่เราต้องการลิ้งไป '&gt; &lt;img alt=&quot;some image&quot; src=&quot; http://ลิ้งของรูปภาพที่ต้องการแสดง&quot;/&gt; &lt;/a&gt; &lt;span&gt; &lt;strong&gt; Title ที่จะให้แสดง &lt;/strong&gt; &lt;br/&gt; description ที่จะให้แสดง &lt;/span&gt; &lt;/li&gt; &lt;div class=&quot;clear slider1Image&quot;&gt;&lt;/div&gt; &lt;/ul&gt; &lt;/div&gt; *หมายเหตุ Code ด้านบนเป็นเพียงตัวอย่างการแสดงแบบ 2 ภาพนะครับหากต้องการมากกว่านี้ ก็เพิ่มได้ครับ และหากต้องการ ปรับแต่งการแสดงผลแบบว่า ให้ Title กับ คำอธิบาย แสดงจากด้านบน หรือ ทางด้านข้าง ก็สามารถทำได้นะครับ ท่านสามารถศึกษาได้จากไฟล์ ที่ได้ดาวน์โหลดไป หรือ ศึกษาเพิ่มเติม >>คลิกที่นี้<< ครับ เขียนโดย Techin Noorak ที่ 00:16 ไม่มีความคิดเห็น: ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook แชร์ใน Pinterest วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 Google Earth Google Earth กูเกิล เอิร์ธ (Google Earth) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทกูเกิล สำหรับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือในโทรศัพท์มือถือ ดูภาพถ่ายทางอากาศพร้อมทั้งแผนที่ เส้นทาง และผังเมืองซ้อนทับลงในแผนที่ รวมทั้งระบบ จีไอเอส ในรูปแบบ 3 มิติ กูเกิล เอิร์ธ ใช้ข้อมูลจาก ภาพถ่ายทางอากาศของ U.S. public domain และ ภาพถ่ายดาวเทียมของคีย์โฮล มาดัดแปลงร่วมกับ ระบบแผนที่ของกูเกิล จาก กูเกิลแมพ รวมทั้งการทำงานร่วมกับ กูเกิลโลคอล เพื่อค้นหารายชื่อร้าน เช่น ร้านขายของ ธนาคาร และปั๊มน้ำมันในแผนที่ได้ โดยนำแผนที่มาซ้อนทับลงบนตำแหน่งที่ต้องการ ตำแหน่งที่ต้องการค้นหา สามารถหาได้จาก บ้านเลขที่ ลองจิจูด ละติจูด ทั้งยังทำงานผ่านรูปแบบภาษาของ KML(Keyhole Markup Language) ภาพตึกจำลอง 3 มิติ ที่มีลักษณะเป็นสีเทาในกูเกิล เอิร์ธ ได้รับลิขสิทธิ์ส่วนหนึ่งมาจาก ซอฟต์แวร์ของ แซนบอร์น (Sanborn) ในชื่อ ซิตีเซ็ทส์(CitySets) โดยรูปตึก 3 มิติในรูปแบบที่สมบูรณ์สามารถเรียกดูได้ผ่านทางซิตีเซ็ทส์ กูเกิล เอิร์ธ (Google Earth) Google Earth wordmark.png ผู้พัฒนา กูเกิล วันที่เปิดตัว 11 มิ.ย. 2001; 12 ปีก่อน รุ่นล่าสุด 7.1.1.1888 / 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556; 224 วันก่อน ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 and later OS X Linux Android iOS Symbian Blackberry Storm ประเภท แผนที่, ภาพถ่ายดาวเทียม ลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เว็บไซต์ กูเกิล เอิร์ธ เขียนโดย Techin Noorak ที่ 06:55 ไม่มีความคิดเห็น: ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook แชร์ใน Pinterest วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 วิธีการติดตั้ง และ วิธีการใช้ Appserv วิธีการติดตั้งโปรแกรม AppServ เตรียมโปรแกรมเพื่อติดตั้ง ดาวน์โหลดโปรแกรม AppServ จากเว็บไซต์ http://www.appservnetwork.com โดยเลือกเวอร์ชั่นที่ต้องการติดตั้งระหว่างเวอร์ชั่น 2.4.x และ 2.5.x โดยความแตกต่างของ 2 เวอร์ชั่นนี้คือ 2.4.x คือเวอร์ชั่นที่นำ Package ที่มีความเสถียรเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงของระบบ โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะใช้ฟังก์ชั่นใหม่ 2.5.x คือเวอร์ชั่นที่นำ Package ใหม่ๆ นำมาใช้งานโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการระบบใหม่ๆ หรือต้องการทดสอบ ทดลองใช้งานฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ความเสถียรของระบบได้ 100% เนื่องจากว่า Package จากนักพัฒนานั้น ยังอยู่ในช่วงของขั้นทดสอบ ทดลองเพื่อหาข้อผิดพลาดอยู่ ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ 1. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ appserv-win32-x.x.x.exe เพื่อทำการติดตั้ง จะปรากฏหน้าจอตามรูปที่ 1 ที่ 1 ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ 2. เข้าสู่ขั้นตอนเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม โดยโปรแกรม AppServ ได้แจกจ่ายในรูปแบบ GNU License หากผู้ติดตั้ง อ่านเงื่อนไขต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว หากยอมรับเงื่อนไขให้กด Next เพื่อเข้าสู่การติดตั้งในขั้นต่อไป แต่หากว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข ให้กด Cancel เพื่อออกจากการติดตั้งโปรแกรม AppServ ดังรูปตัวอย่างที่ 2 รูปที่ 2 แสดงรายละเอียดเงื่อนไขการ GNU License 3. เข้าสู่ขั้นตอนการเลือกปลายทางที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นปลายทางที่ติดตั้งจะเป็น C:AppServ หากต้องการเปลี่ยนปลายทางที่ติดตั้ง ให้กด Browse แล้วเลือกปลายทางที่ต้องการ ตามรูปที่ 3 เมื่อเลือกปลายทางเสร็จสิ้น ให้กดปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งขั้นต่อไป รูปที่ 3 เลือกปลายทางการติดตั้งโปรแกรม AppServ 4. เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นนั้นจะให้เลือกลงทุก Package แต่หากว่าผู้ใช้งาน ต้องการเลือกลงเฉพาะบาง Package ก็สามารถเลือกตามข้อที่ต้องการออก โดยรายละเอียดแต่ละ Package มีดังนี้ - Apache HTTP Server คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Web Server - MySQL Database คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Database Server - PHP Hypertext Preprocessor คือ โปรแกรมที่ทำหน้าประมวลผลการทำงานของภาษา PHP - phpMyAdmin คือ โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล MySQL ผ่านเว็บไซต์ เมื่อทำการเลือก Package ตามรูปที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ให้กด Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งต่อไป รูปที่ 4 เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง 5. กำหนดค่าคอนฟิกของ Apache Web Server มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 5 คือ Server Name คือช่องสำหรับป้อนข้อมูลชื่อ Web Server ของท่านเช่น www.appservnetwork.com Admin Email คือช่องสำหรับป้อนข้อมูล อีเมล์ผู้ดูแลระบบ เช่น root@appservnetwork.com HTTP Port คือช่องสำหรับระบุ Port ที่จะเรียกใช้งาน Apache Web Server โดยทั่วไปแล้ว Protocol HTTP นั้นจะมีค่าหลักคือ 80 หากว่าท่านต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ Port 80 ก็สามารถแก้ไขได้ หากมีการเปลี่ยนแปลง Port การเข้าใช้งาน Web Server แล้ว ทุกครั้งที่เรียกใช้งานเว็บไซต์ จำเป็นที่ต้องระบุหมายเลข Port ด้วย เช่น หากเลือกใช้ Port 99 ในการเข้าเว็บไซต์ทุกครั้งต้องใช้ http://www.appservnetwork.com:99 จึงจะสามารถเข้าใช้งานได้ รูปที่ 5 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกค่า Apache Web Server 6. กำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 6 คือ Root Password คือช่องสำหรับป้อน รหัสผ่านการเข้าใช้งานฐานข้อมูลของ Root หรือผู้ดูแลระบบ ทุกครั้งที่เข้าใช้งานฐานข้อมูลในลักษณะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ให้ระบุ user คือ root Character Setsใช้ในการกำหนดค่าระบบภาษาที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล, เรียงลำดับฐานข้อมูล, Import ฐานข้อมูล, Export ฐานข้อมูล, ติดต่อฐานข้อมูล Old Password หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน PHP กับ MySQL API เวอร์ชั่นเก่า โดยเจอ Error Client does not support authentication protocol requested by server; consider upgrading MySQL clientให้เลือกในส่วนของ Old Password เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ Enable InnoDB หากท่านต้องการใช้งานฐานข้อมูลในรูปแบบ InnoDB ให้เลือกในส่วนนี้ด้วย รูปที่ 6 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database 7. สิ้นสุดขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ สำหรับขั้นตอนสุดท้ายนี้จะมีให้เลือกว่าต้องการสั่งให้มีการรัน Apache และ MySQL ทันทีหรือไม่ จากนั้นกดปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม AppServ รูปที่ 7 แสดงหน้าจอขั้นตอนสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม AppServ

วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผม ด.ช.พศวัต สิทธิยากรณ์  อายุ 13 ม1/6 โรงเรียนศรียาภัย บ้านเลขที่ 45 ม.7 อ.เมือง จ.ชุมพร

ชอบอาหาร คือ ไข่เจียว ปลาเค็ม อ้อย กุ้งชุบแป้งทอด ปลาทูทอด กล้วย ขนุน สปาเก็ตตี้

ขนมต่างๆ เช่น เลย์ เทสโต้ ปูอัดทอด ปลาชุบแป้งทอด กระเพรา คะน้าอบกรอบ

ขนมไทย ตางๆ เช่น ทองหยิบ  ทองหยอด อาหารอีกมากมาย เช่น กระเพราหมู
 
กระเพราไข่ดาว ที่ชอบเที่ยว คือน้ำตก   กะหรี่ปั๊บ แกงบอน  แกงป่า แกงเขียวหวาน

  • ขนมจีน
  • ข้าวคลุกกะปิ
  • ข้าวผัดสับปะรด 
  • ข้าวมันไก่
  • ข้าวยำ
  • ข้าวห่อใบบัว
  • ไข่เจียว
  • ไข่ต้ม
  • ไข่ลูกเขย
  • ไข่พะโล้หมูสามชั้น
  • ไข่ปาม
  • ข้าวแช่